คดีดีที่ 3 ตอนที่ 2





ไม่รู้เป็นโชคของมาร์คหรือเปล่าที่ตำรวจที่มาทำคดีนี้ เคยเป็นลูกน้องเก่าพ่อเขา ส่วนเขากับแจ็คสันก็เป็นคนแจ้งความและกันพยานไว้ เลยได้อยู่ฟังด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้น บาดแผลที่ท้ายทอยและตามลำตัว มีลักษณะคล้ายกับบาดแผลในสองคดีที่มาร์ครับผิดชอบอยู่ 

มาร์คไม่อาจจะเชื่อโยงว่าทุกอย่างเกี่ยวข้องกัน แต่เขาก้ไม่กล้ามองข้ามเช่นกัน

“แม่บ้านให้การว่าปกติผู้ตายจะตื่นในเวลาช่วงราวๆตีห้า แต่วันนี้ไปเคาะห้องเมื่อช่วงแปดโมงไม่ได้ยินเสียงขานรับ จึงเข้าใจว่าผู้ตายไปที่สำนักงาน แต่ว่าช่วงเวลาสิบโมงผู้จัดการโฮมสเตย์มาตามที่บ้าน เธอจึงขึ้นไปดูที่ห้องอีกรอบ จึงรู้ว่าประตูไม่ได้ล็อก เมื่อเปิดเข้าไป ไม่พบผู้ตายเลยกลับลงมาบอกผู้จัดการฯ”

“ส่วนผู้จัดการโฮมสเตย์เล่าว่า เมื่อคืนมีหญิงสาวคนหนึ่งมาพบผู้ตาย บอกว่าเป็นเจ้านายเก่าของผู้ตาย เรียกผู้ตายออกมาพบที่หน้าห้องนอน พูดคุยกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็กลับออกไป มีภาพยืนยันเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดตรงทางเข้าก่อนถึงตัวบ้าน ส่วนกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านเสีย”

“กล้องเสีย? แล้วผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นเจ้านายเก่าคือใคร”

“ครับ แม่บ้านบอกว่าเสียมาสักพักแล้ว แต่ช่างยังไม่ว่าง ผู้ตายกับแม่บ้านก็ลืม จึงไม่ได้ซ่อมมานาน ส่วนผู้หญิงคนนั้น ผู้จัดการฯบอกว่าผู้ตายเรียกเธอว่าคุณหนู”

“แจ็คสันไปตามแจบอมมาหน่อย” ตลอดเวลาที่อยู่ในห้องนี้ มาร์คนิ่งฟังมาโดยตลอด แต่พอมีคนพูดถึงคุณหนูเจ้านายเก่าของผู้ตาย มาร์คก็นึกถึงแจบอมขึ้นมาทันที 

“ส่วนคนสวนให้การว่าตอนเช้าที่ตื่นมาทำงาน เขาพบกับสร้อยข้อมือเส้นหนึ่งที่ตกอยู่ แต่คิดว่าเจ้านายของตนคงทำตกไว้ตั้งแต่เมื่อวานที่ออกตามหาแขกที่มาเข้าพักที่หายตัวไปจึงคิดจะเอาคืนให้เมื่อพบหน้า”

“แต่ผมถามจากผู้จัดการฯและป้าแม่บ้านแล้ว ในตอนกลางคืนที่เจอกันครั้งสุดท้าย ยังเห็นผู้ตายสวมใส่อยู่”

“งั้นแปลว่าผู้ตายออกไปพบฆาตกรที่สวนด้านหลังและน่าจะเกิดการฉุดกระชาก หรือไม่ผู้ตายก็ตั้งใจจะทำตกไว้เพื่อเป็นเบาะแสในการตามหาตัวเธอ”

“มาร์ค แจบอมมาแล้ว”

“แจบอม นายพอจะมีรูปญาติของนาย คนที่แกล้งแบมแบม เมื่อวานหรือเปล่า”

“ไม่มี แต่ฉันหาให้ได้ รอแป๊บ” แจบอมหยิบมือถือขึ้นมาเปิด Facebook ที่ไม่ค่อยอัปเดตอะไรของตัวเองออกมา “ทำไมถึงขอดูรูปยัยนั่น ยัยนั่นเกี่ยวอะไรงั้นเหรอ? เจอแล้ว”

“ยังไม่รู้ว่าเกี่ยวไหม” มาร์ครับมือถือมาและส่งให้ตำรวจอีกนายไปสอบถามผู้จัดการฯ ไม่นานก็ได้รับคำยืนยันว่าเมื่อคืนญาติแจบอมคนนี้มาที่นี่จริงๆ

นอกจากจะไปเจอแบมแบมและหาเรื่องแกล้งแล้ว ผู้หญิงคนนี้ยังมาหาผู้ตายอีก 

เธอมาหาตายด้วยเรื่องอะไรกัน

“ขอบใจมากนะแจบอม” มาร์คส่งมือถือคืน และพยักหน้าให้แจ็คสันพาออกไปแจบอม “มีใครพอจะยืนยันได้ไหมว่า หลังจากผู้หญิงคนนี้ออกไป ผู้ตายอยู่ที่ห้องนอนหรือไปที่ไหนอีกไหม หรือเธอกลับเข้ามาหาผู้จายอีกไหม”

“ไม่มีครับ”

“คงต้องไปตามตัวเธอคนนี้มาแล้ว” มาร์คไม่อาจก้าวก่ายอะไรได้มาก เขากลับออกมาพร้อมแจ็คสันที่รออยู่ด้านนอก

“มาร์ค เมื่อวานอ่ะ กูสังเกตอะไรได้อย่างหนึ่ง มึงอยากฟังไหม?”

“อืม เล่ามา เผื่อจะเป็นประโยชน์”

“เมื่อวานตอนที่เราเจอแบมแบมที่ถูกเอาไปขัง ปฏิกิริยาของผู้ตายดูตกใจเกินกว่าพวกเรา ดูจะออกแนวหวาดกลัวเสียด้วยซ้ำ และเธอก็ไม่ได้มาติดตามถามไถ่อะไร กลับหนีหายไปหลังจากที่เราเจอแบมแบมแล้ว และตามที่แจบอมเล่าว่าแบมแบมเคยเจอแบบนี้จากเจ้านายของผู้ตาย เหตุการณ์ตอนนั้นมันมีอะไรรุนแรงหรือเปล่าวะ ไหนจะคนที่แกล้งแบมไปพบกับผู้ตายตอนกลางคืนอีก”

“จะบอกว่าเป็นการฆ่าปิดปาก?”

“ก็ไม่อาจจะชี้ชัด อีกอย่างแบมแบมไม่เอาความ บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ป่ะวะ ฆ่าคนตายเลยนะ แต่ว่าจะมองข้ามประเด็นนี้ไปไม่ได้เหมือนกัน” มาร์คพยักหน้า เขาไม่อาจพูดอะไรออกมาตอนนี้ได้ เขาอยากเรียบเรียงความคิด ที่เขาคิดไว้เมื่อคืนนี้ต่อด้วย

แต่มาร์คยังไม่ทันจะมีเวลาอยู่กับตัวเอง เขาก็ถูกชักชวนให้ไปหาเบาะแสเพิ่มเติมอีก เมื่อบาดแผลจากคดีนี้ มันไม่ใช่แค่คล้ายกับสองคดีที่เขาทำ แต่วิธีฆ่าเป็นวิธีเดียวกัน


7th

เพราะเพิ่งเกิดคดีฆาตกรรมภายในที่พัก หลายคนถูกกันไว้เป็นพยาน และห้ามออกนอกพื้นที่ ส่วนมาร์คต้องพาลูกน้องที่ได้ข้อมูลไปร่วมหาเบาะแสในช่วงค่ำหลังจากทราบเรื่อง 

พวกเขาเลือกที่จะไปหาบริเวณที่พบสร้อยข้อมือที่ผู้ตายทำตกไว้ ถัดจากสวนหลังบ้านของผู้ตายเป็นป่ารกทึบ เหมาะแก่การฆาตกรรมอำพรางที่สุด เพราะในคืนเกิดเหตุ ไม่มีใครได้ยินเสียงผู้ตายขอความช่วยเหลืิอ 

นายตำรวจหนุ่มหลายคนต่างช่วยกันส่องไฟฉายไปทั่วเพื่อหาร่องรอยการก่อเหตุ รวมถึงอาวุธที่ใช้ลงมือ

แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น










V

เปิดฟังก่อนอ่าน

^

(คำเตือน!!! ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการฟังเสียงเพื่อสร้างจินตนาการ….)

สำหรับคนอ่านที่ต้องการเพิ่มอรรถรสในการอ่าน กดที่คำว่า เปิดฟังก่อนอ่าน ได้เลยค่ะ












เสียงฮัมเพลงกล่อมเด็กดังขึ้นในความมืดสลัวแบบจับทิศทางไม่ได้ดังขึ้น แสงสว่างจากไฟฉายสาดส่องไปตามทิศทางที่เสียงทำนองเพลงดังขึ้นมาทีละท่อน ทำให้นายตำรวจที่ติดตามมาขนลุกเกรียว ต่างหยุดชะงักฝีเท้าที่จะก้าวต่อไป แต่เดินเข้ามาใกล้หันหลังชนกันแทน มีเพียงแค่สารวัตรหนุ่มที่หลับตาลงเพื่อแยกแยะทิศทางของเสียง 

เขาเชื่อว่าต้องมีคนล่อพวกเขามาที่นี่ ไม่ใช่แค่เบาะแส แต่เพื่อท้าทายเขา เสียงกล่อมเด็กดังคลอมากับสายลมเย็นๆภายในป่า มีบางคราวที่มาพร้อมกับเสียงกลั้วหัวเราะ คลายกำลังสุขใจหาใดเปรียบ มีเพียงแค่มาร์คที่ไม่รู้สึกสนุกด้วยสักนิด มือเรียวกำเข้าหากันแน่น เขาตั้งปณิธานในใจว่าจะจับตัวคนร้ายที่ฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมทารุณนี้มาให้ได้ ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม

“แบ่งคนออกเป็นสามกลุ่ม ไปทางขวาและทางซ้าย ส่วนฉันจะไปทางนั้น ขอคนติดตามสองคน ไป” ชายเสื้อด้านหลังของมาร์คถูกรั้งเอาไว้ให้ต้องชะงักเท้า และหันกลับมามองคนอื่นๆที่ไม่ขยับตัวสักคนเดียว

“พี่เราจะไปจริงๆเหรอ

ถ้าเกิดว่า…”

“ว่าอะไร!

ปืนพวกนายก็มีคนละกระบอก ยังจะกลัวอะไรกันอีก” มาร์คถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ทั้งที่พวกเขามีกันไม่ต่ำกว่าสิบคน ยังจะกลัวอะไรกันอีก

“ผมไม่กลัวว่าคนร้ายจะมีอาวุธ แต่ผมกลัวว่าจะไม่ใช่คน…”

“หลบ!” มาร์คผลักลูกน้องของตนให้หลบพ้นทาง ใครจะยืนอยู่เฉยๆตรงนี้ก็ตามสบาย เขาต้องการให้ทุกอย่างคืบหน้า

ไม่ต้องการให้คนร้ายรอดตัวไปได้อีก เขาอยากจับมันให้ได้ก่อนที่จะมีรายที่สี่ ที่ห้าตามมา 

มาร์คเพิ่งก้าวขาไม่ทันถึงห้าก้าว เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นมาอีกฝั่ง เขาหยุดชะงักเล็กน้อย และเดินต่อไป ส่วนคนที่เหลือเมื่อไม่มีมาร์คอยู่ด้วยแล้ว ก็มีเพียงแค่รีบตามมาร์คไปหรือทำตามคำสั่งมาร์คเท่านั้น

“มันหัวเราะเยาะตำรวจอย่างพวกนายขนานี้ ยังจะกลัวอีกไหม!!! แยกย้ายกันไปตามตัวมันให้เจอ!!” มาร์คหัวเสียกับความขี้ขลาดของลูกน้องตน เขาหันกลับมาตวาดใส่จนลูกน้องและตำรวจที่ติดตามมากลัวมาร์คยิ่งกว่าเสียงปริศนานั่น

             “ครับ!!” ตำรวจที่ตามกันมา แยกกันออกเป็นสามกลุ่มและวิ่งกันไปคนละทางเพื่อหาเบาะแส 

มาร์คคิดว่าเสียงที่พวกเขาได้ยิน มันมาจากการอัดใส่มือถือหรือเครื่องบันทึกเสียง เขาพยายามมองหาแหล่งกำเนิดเสียงที่ปั่นประสาทเขาเมื่อครู่ และเบาะแสอื่นๆ พลางคิดไปด้วยว่าฆาตกรต้องการจะบอกอะไรกับเขาหรือเปล่า หรือคนที่บอกเขา จะไม่ใช่ฆาตกรเหมือนกับคดีนั้น ที่คนที่นัดเขาไปพบที่ป่าท้ายหมู่บ้านจะให้เบาะแสเขากัน 

สรุปแล้วคนๆนี้คือใครกัน แล้วทำไมถึงเรียกเสียงเพลงกล่อมเด็ก และใช้เสียงผู้ชายที่ผ่านโปรแกรมแปลงเสียงมาอีก 

“พี่มาร์ค” มาร์คหันไปตามเสียงเรียกและส่องไปตามทิศทางนั้น เขาพบเข้ากับรอยเลือดที่เริ่มแห้ง

“พบอาวุธไหม?” นายตำรวจคนนั้นส่ายหน้า

“หาต่อไป เผื่อจะเจออะไรมากกว่านั้น”

มาร์คเสียเวลาอยู่ในป่าเกือบจะค่อนคืน ถึงเจออาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โทรศัพท์ที่ใช้อัดเสียงทั้งสามเครื่อง แต่ก็ยังจับฆาตกรไม่ได้อยู่ดี เขาเลยได้แต่เรียกลูกน้องของตนกลับออกมาก่อนเมื่อฟ้าเริ่มสว่าง และให้คนที่ชำนาญทางและตำรวจในพื้นที่ดำเนินการค้นหาเบาะแสอื่นๆต่อไป

“พี่มั่นใจไหมว่าคนร้าย มันคือคนเดียวกันกับสองคดีก่อนหน้า เพราะถ้าเป็นฆาตกรเป็นคนเดียวกันที่ก่อเหตุจริงๆทั้งสามคนนี้ก่อเรื่องอะไรร่วมกันไว้กันแน่” มาร์คไม่อาจตอบคำถามของลูกน้องตนได้ในตอนนี้ 

เขากำลังไล่เรียงทุกอย่างในหัว ตั้งแต่รายละเอียดของคดีแรก คดีที่สอง และคดีล่าสุด พยายามหาจุดเชื่อมโยงที่นอกเหนือจากลักษณะการลงมือฆ่า 

เรื่องของความสัมพันธ์ คดีแรกกับคดีที่สอง ผู้ตายทั้งสองคนเป็นเพื่อนสมัยมัธยมกันและเลิกติดต่อกันตอนมหา’ลัย ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าทำไมสองคนนี้จึงไม่ติดต่อกันอีก ก่อนผู้ตายในคดีแรกจะเสียชีวิต ทั้งคู่ได้พบกัน และคุยกันแบบสนิทสนมเหมือนในวัยเด็ก แต่จะเลี่ยงการพูดถึงเรื่องที่ผู้ตายในคดีที่สองไปบ้านของผู้ตายในคดีแรก 

เรื่องภายในบ้านของผู้ตายคดีแรก พวกเขาก็สืบกันอยู่ว่ามีอะไรกันแน่ แต่มันแย่ตรงที่ คนในบ้านล้วนเสียชีวิตไปหมด ส่วนแม่บ้านที่เคยทำงานที่บ้านหลังนั้น พวกเขายังหาไม่เจอ

ส่วนคดีที่สอง พวกเขาได้เบาะแสเพิ่มเติมว่า ก่อนที่พวกเขาจะไปพบโทรศัพท์เครื่องนั้นที่ตกอยู่ข้างตู้ พยานที่นัดเขาไปพบในป่า เห็นใครคนหนึ่งเดินเข้าไปที่บ้านหลังนั้นก่อนพวกเขาจะมา และกลับออกมา โดยใช้เวลาภายในบ้านไม่นาน พวกเขาสืบเรื่องนี้ต่อจากเพื่อนคนอื่นๆ โดยการนำรูปมือถือและเคสโทรศัพท์ให้กลุ่มของเพื่อนผู้ตายดู ทุกคนต่างยืนยันว่าเป็นมือถือที่ผู้ตายรายแรกใช้ในสมัยมัธยม 

ในเรื่องของโทรศัพท์จึงสรุปได้ว่ามีคนจงใจเอามันไปซ่อนและเปิดเผยในคราวเดียวกัน

แต่ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าเป็นฆาตกรหรือใครที่มีสิ่งของของผู้ตายรายแรก

“สารวัตร...สารวัตรครับ”

“หือ? มีอะไรหมวด”

“ผู้หญิงที่พบกับผู้ตายถูกพาตัวมาแล้วครับ สารวัตรจะเข้าไปฟังไหมครับ”

“ไม่ล่ะ หมวดจัดการเถอะ แล้วค่อยมารายงานผม” มาร์ครู้สึกว่าตัวเองต้องหยุดพักสักเล็กน้อย ไม่เช่นนั้นหัวสมองเขาคงรับไม่ไหวอีกแล้ว ร่างของนายตำรวจหนุ่มยืนขึ้นจากเก้าอี้ด้วยอาการซวนเซ โชคดีที่จับที่เท้าแขนของเก้าอี้ไว้ทัน มาร์คจงไม่ล้มหน้าทิ่มจากอาการหน้ามืด 

“ไม่ไหวก็พักบ้างเถอะสารวัตร” เสียงที่คุ้นหูและคำพูกวนๆแบบนี้ก็คงทีแค่แจ็คสันคนเดียวเท่านั้น

“มึงมาทำไม”

“แบมเป็นห่วงมึง เห็นมึงไม่กลับไปเลย กูก็เลยอาสามาดูให้ และเอาข้าวมาส่ง”

“ขอบคุณมาก”

“ไม่เป็นไร กินข้าวเถอะ แล้วนอนพักสักหน่อย ได้ข่าวว่ามึงยังไม่ได้นอนเลย”

“ข่าวไวดีนี่”

“แน่นอนสิ ระดับกูน่ะ เรื่องแค่นี้กระจอกมาก”

“คนอื่นๆเป็นไงบ้าง”

“มึงก็รู้ว่าชาวอพาร์ตเมนท์เรามันเป็นคนยังไง การถูกสั่งให้อยู่ในที่พัก ไม่ให้เพ่นพ่านไปไหน ก็ไม่ต่างจากอยู่ที่ตึกเท่าไหร่หรอก ทุกคนปกติดี”

“แล้วกูไม่อยู่ แบมแบมอยู่กับใคร”

“ยูคยอมย้ายไปอยู่ด้วย มึงไม่ต้องห่วง”

“อ้อ”

“กูยังไม่อยากถามเรื่องงานของมึงในตอนนี้หรอกนะ ไม่อยากให้หัวมึงคิดไรมากไปกว่านี้ พักสักนิดแล้วค่อยตื่นมาตอบคำถามกู แล้วก็คิดเรื่องคดี กูรู้ว่าในหัวมึงตอนนี้ อะไรๆมันโยงใยมั่วไปหมด เฮ้อ ไอ้มาร์คนะไอ้มาร์ค อุตส่าห์ได้มาเที่ยวทั้งที ดันมาเจอคดีที่เหมือนจะเกี่ยวกับสองคดีก่อนหน้าที่มึงทำอยู่อีก หรือคนร้ายมันต้องการเล่นสนุกกับมึงกันวะมาร์ค”

“กูไม่สนุกด้วย”

“กลัวแล้วจ้าพ่อ”

“แต่กูว่ามันไม่ได้ทำเพราะจุดประสงค์นั้นหรอก ถ้าสามคดีมันเกี่ยวกันจริงๆ มันต้องมีจุดเชื่อมโยงกันดิวะ แต่มันคืออะไรกันแน่กูต้องรู้ให้ได้ และต้องลากคอมันออกดำเนินคดีให้ได้!!”

“ใจเย็นๆก่อนเพื่อน กูไม่ได้อยากให้มึงเครียด กินข้าวไปๆ”

 

 

7th







ในช่วงเย็น พวกเขาก็ได้กลับบ้านกันเสียที ยกเว้นก็แต่มาร์คที่ยังต้องอยู่ทำงานต่อไป บรรยากาศภายในรถระหว่างขามาและขากลับต่างกันลิบลับ แบมแบมขอโทษขอโพยทุกๆคนไปหลายรอบที่เสนอสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา แต่ทุกคนล้วนไม่ถือโทษ เพราะไม่มีใครคิดว่าจะมีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้น แต่ทริปนี้คงจะเป็นการท่องเที่ยวประจำปีที่พวกเขาทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต

“ถึงอพาร์ตเมนท์แสนรักเสียที” ยองแจเป็นคนแรกที่พูดขึ้นเมื่อรถใกล้จะจอดที่หน้าตึก ส่วนคนอื่นๆแม้ไม่พูดอะไร ก็คิดไม่ต่างกัน

บางทีสถานที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาก็คือที่แห่งนี้ แม้จะดูเหมือนไม่ปลอดภัย ไม่สะดวกสบายเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยเกิดเหตุร้ายแรงอะไรภายในตึก ทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนเหมือนคนประเภทเดียวกันที่โคจรมาเจอกัน และเข้าอกเข้าใจกันยิ่งกว่าคนในครอบครัวเสียอีก

“ฉันว่าจะสั่งอาหาร มีใครจะกินอะไรบ้างจะได้สั่งทีเดียว” พอพูดถึงของกินขึ้นมา อาการหดหู่ของคนอื่นๆก็อันตรธานไปจนแจ็คสันฟังแทบไม่ทันว่าใครสั่งอะไรบ้าง

อาหารที่มาสั่งมาส่ง คนที่เป็นคนส่งอาหารต่อจากพนักงานเดลิเวอรี่ก็คือแจ็คสันที่ลงไปรับและจ่ายเงินให้คนอื่นๆก่อน

แจ็คสันเดินเคาะไปทีละห้อง แน่นอนว่าห้องยองแจและจินยอง เขาไม่ได้เงินกลับมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากๆ ถึงแจ็คสันจะบ่นสองคนนี้ ก็ไม่คิดอะไรจริงจัง เรื่องเงินสำหรับแจ็คสันไม่ถือว่าเป็นเรื่อวใหญ่ ช่วยกันได้ ก็ช่วยกันไปก่อน

“แบม อาหารที่สั่งได้แล้ว” แจ็คสันเคาะห้องไม่นานประตูก็เปิดออก 

“ขอบคุณนะครับพี่แจ็คสัน นี่ครับเงิน” 

“กินให้อร่อยนะครับ แล้วนี่ทำอะไรอยู่”

“รื้อกระเป๋า เอาผ้าออกมาซักน่ะครับ”

“ขยันจัง พวกทีเหลือ กลับมาก็นอนรออาหารที่สั่งกันทั้งนั้น”

“ทำจนเป็นนิสัยแล้วน่ะครับ”

“นี่หมายถึงตัวเองหรือพวกนั้น”

“โอ๊ย พี่แจ็คสันอย่าแกล้งสิครับ แบมหมายถึงตัวเองนี่แหละ ที่ถูกสอนมาว่าถ้ากลับจากไปต่างจังหวัดให้แยกเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าเลย”

“บ้านพี่ก็เหมือนจะสอนนะ แต่พี่ไม่ค่อยทำตามเท่าไหร่ พี่ไปแล้วดีกว่า แต่ว่าไอ้มาร์คฝากน้องแบมไว้กับพี่ ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ไลน์ไปนะครับ เดี๋ยวพี่ขึ้นมาหา”

“ได้ครับ ขอบคุณนะครับ” 

แจ็คสันขึ้นไปที่ห้องแจบอมเป็นคนสุดท้ายก่อนจะกลับลงไปที่ห้องและโทรหามาร์ค

“ว่าไงคุณตำรวจ มีอะไรคืบหน้าบ้างไหมวะ”

[ก้าวก่ายเรื่องงานกูเหรอ มึงคิดว่ามึงเป็นใคร]

“เมียมึงมั้ง”

[ผู้หญิงคนนั้นยืนยันว่าเธอไม่ได้กลับมาที่โฮมสเตย์อีก มีพยานยืนยันว่าอยู่กับเธอ หลังจากที่เธอกลับจากไปพบผู้ตาย]

“แล้วแม่ของผู้หญิงคนนั้น”

[เฮ้อ กูล่ะเบื่อพวกเส้นใหญ่จริงๆ แต่ก็ยังได้ความบ้างว่าเธอไม่ได้จ้างวานฆ่าอดีตเด็กรับใช้ที่เป็นเมียเก็บของสามีเธอจริงๆ]

“ก็พอเป็นไปได้นะ เพราะถ้าจะทำจริง คงไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ แล้วยังเลือกวันที่ลูกสาวตัวเองไปพบผู้ตายก่อนก่อเหตุ...เดี๋ยวนะ เหมือนฆาตกรมันต้องการให้ตำรวจคิดว่าลูกสาวของเจ้านายเก่าเป็นคนลงมือ?”

[ความเป็นไปได้มันมี เพราะผู้ที่มีคนพบว่าอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายก็คือเธอ แต่อาการหวาดกลัวและตกใจหลังทราบว่าผู้ตายถูกฆาตกรรม ปฏิกิริยาของเธอไม่คล้ายกับเสแสร้ง และยังหวาดกลัวมากกว่าเดิมอีก ต้องให้เธอสงบสติอยู่นาน]

“เฮ้อ แม่งดูเหมือนจะรู้อะไรเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้อะไรที่พอจะช่วยคลี่คลายได้เลย”

[กูว่าจะไปบ้านผู้ตายคดีแรกซะหน่อย เผื่อมันจะมีหลักฐานอะไรลงเหลืออีก]

“เวลานี้เนี่ยนะ ทำไมมึงชอบไปสืบหาหลักฐานตอนกลางคืนนักวะ มึงไม่กลัว แต่ลูกน้องมึงกลัวจนฉี่จะราด” มีแค่แจ็คสันที่รู้ว่ามาร์คกลับถึงกรุงเทพฯในเวลาไล่เลี่ยกับพวกเขา ส่วนคนอื่นๆยังคงเข้าใจว่ามาร์คยังสืบคดีอยู่ต่างจังหวัด

[ก็เผื่อจะมีคนไปทิ้งหลักฐานอะไรไว้เหมือนครั้งนั้น]

“แล้วแม่บ้านคดีแรกเจอตัวหรือยัง”

[น่าจะอีกไม่นานคงเจอตัว]

“กูไม่อยากทำให้มึงเครียดนะมาร์ค แต่ถ้าสามคดีนี้เกี่ยวข้องกันจริง แล้วไม่มีความคืบหน้าอะไรมากมาย เขาเล่นงานมึงแน่”

[กูรู้ ถ้ากูแยกร่างได้ กูก็คงทำไปแล้ว ตอนนี้ขออย่างเดียว อย่างให้แม่งก่อคดีเพิ่ม]

“กูล่ะกลัวคำขอมึงจริงๆ”

[ไอ้ห่าเอ๊ย อย่าให้กูจับได้นะว่าเป็นใคร กูไม่มีทางปล่อยให้มันหลุดคดีง่ายๆแน่]

“มีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน”

[ขอบใจมาก แล้วคนอื่นๆเป็นไงบ้าง]

“กูสั่งอาหารเดลิเวอรี่ให้ และแจกจ่ายไปทุกห้องแล้ว ทุกคนต่างทิ้งร่างกันหมด ยกเว้นก็แต่แบมแบมของมึงที่ขยันจะซักผ้า”

[แบมไม่เหมือนใครจริงๆ]

“ไม่งั้นเพื่อนกูจะชอบเหรอ?”

[ไม่ต้องมาแซวกู แค่นี้แหละ กูจะไปทำงานแล้ว]

“บาย พักผ่อนบ้างนะมึง”




7th





มาร์คมาบ้านหลังนี้เป็นครั้งที่สาม ตั้งแต่เขาทำคดีนี้ แต่ครั้งนี้เขามาที่นี่เพียงคนเดียว ไม่ได้พาลูกน้องมาเหมือนครั้งก่อน

ประตูรั้วขึ้นสนิมถูกเปิดออกเบาๆ มาร์คไม่ได้ถอดรองเท้า เพราะบ้านหลังนี้ขาดการดูแลมานานหลายเดือน แต่ยังดีที่ไฟในบ้านยังไม่ถูกตัด เขาจึงเอื้อมมือไปเปิดไฟให้ภายในบ้านสว่าง มาร์คเลือกที่จะสำรวจชั้นล่างก่อน 

บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้น ข้างบนมีสามห้องนอน ทุกห้องมีห้องน้ำภายในตัวบ้าน และมีห้องน้ำหนึ่งห้องที่สร้างแยกออกมา ส่วนชั้นล่างมีห้องรับแขก ห้องครัว ห้องนอนหนึ่งห้องและห้องน้ำ ทุกห้อง พวกเขาเคยสำรวจกันไปแล้ว แต่ไม่ได้อะไรเพิ่มเติม 

มาร์คไม่ค่อยอยากจะเปิดดูคลิปในมือถือเครื่องเก่านั้นเท่าไหร่ แต่เขาก็ต้องเปิดขึ้นมาและไล่ดูห้องทุกห้องภายในบ้านไปทีละห้องว่ามีที่ไหนในบ้านที่มีลักษณะเช่นนี้บ้าง

จากการสืบประวัติของผู้ตายรายแรก เจ้าตัวเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน ไม่มีพี่น้อง พ่อแม่เสียชีวิตลงเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากพิธีศพ ผู้ตายก็ย้ายออกไปเพราะไม่อยากให้เจ้าหนี้ตามมาทวงที่บ้าน แม่บ้านที่เคยทำงานที่นี่ย้ายออกไปตั้งแต่เสร็จงานศพของเจ้าบ้านทั้งสอง

แต่คำถามคือ แม่บ้านมีส่วนรู้เห็นเรื่องราวในคลิปนี้หรือไม่ รู้หรือไม่ว่ามีเด็กคนหนึ่งถูกลูกชายเจ้าของบ้านจับไว้ทรมานและแล้งเล่นราวกับของเล่น ไม่มีชีวิตจิตใจ 

ของเล่น? จับขัง? 

ครอบครัวแจบอมนี่มันยังไงกันเนี่ย ทำไมกิจกรรมยาวว่างของแต่ละคนมันถึงได้โหดร้ายขนาดนี้

มาร์คทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ไม้ภายในห้องครัว เขาค้นหาทุกห้องแล้ว ไม่มีห้องไหนที่โล่งขนาดนั้น และมีเพียงฟูกนอนในห้อง ขนาดห้องของแม่บ้านที่อยู่ชั้นล่างยังดูดีกว่าในคลิปนั้นอีก

หรือห้องภายในคลิปจะไม่ใช่ที่นี่กัน

มาร์คหยุดความคิดของตัวเองลงเมื่อได้รับสายจากลูกน้องตนที่โทรเข้ามา

[สารวัตรครับ เราเจอตัวอดีตแม่บ้านของผู้ตายรายแรกแล้วครับ]

“อยู่ที่ไหน? เดี๋ยวผมรีบไป” มาร์ครอที่อยู่ที่ลูกน้องตนส่งมาแล้วรีบขับรถมอเตอร์ไซต์ออกจากบ้านหลังเก่า โดยมีสายตาคู่หนึ่งมองส่งจากชั้นบนของบ้าน




7th




“อยู่ข้างในครับ” มาร์คพยักหน้ารับ แล้วเปิดประตูเข้าไป 

เขามองคนสองคนในห้องนั้นผ่านกระจก เห็นหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับลูกน้องของเขา หญิงคนนั้นมองนายตำรวจหนุ่มด้วยสายตาระแวดระวัง นายตำรวจคนนั้นจึงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้เธอใจเย็นๆลง

“คุณป้าครับ ผมไม่ได้จับคุณป้า ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมแค่อยากสอบถามอะไรเล็กน้อย คุณป้าพอจะทราบเรื่องลูกชายเจ้านายเก่าป้าที่เสียชีวิตแล้วใช่ไหมครับ” เธอพยักหน้าให้ แววตาของเธอฉายแววโศกเศร้าต่อการจากไปของลูกชายเจ้านายเก่าเธอ

“ป้ารู้ไหมครับว่ามันเป็นการฆาตกรรม”

“พอจะทราบค่ะ และไม่คิดว่าตำรวจจะสืบคดีผิด เพราะนายน้อยของฉันก็ก่อเรื่องไว้เยอะ พ่อแม่ของแกยังเคยว่ากล่าวตั้งหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการคบเพื่อน รวมถึงพวกพนันที่นายน้อยไปแอบเล่น แล้วคุณนายยังต้องไปตามไปชดใช้หนี้ให้อีก ตอนที่ฉันจะย้ายออกไปก็เป็นห่วงแกเหมือนกัน แต่แกเป็นคนหัวดื้อ ใครเตือนอะไรก็ไม่ค่อยจะฟัง แต่ใครจะไปคิดว่าจุดจบของแกจะลงเอยแบบนี้”

“แล้วป้าเคยเห็นเพื่อนคนนี้ของลูกชายเจ้านายป้าไหมครับ” รูปของผู้ตายรายที่สองถูกยื่นส่งให้

“เคยค่ะ แกเป็นเพื่อนสนิทของนายน้อย มากิน มานอนที่บ้านอยู่เป็นประจำ แสบพอๆกันกับนายน้อยนั่นแหละค่ะ เพื่อนๆต่างบอกว่านายน้อยกับเพื่อนคนนี้เหมือนฝาแฝดกัน แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ช่วงหลังๆไม่ค่อยเห็นมาเล่นที่บ้าน”

“สมัยตอนที่ยังคบกัน นอกจากพามาที่บ้านแล้ว ทั้งสองคนเคยไปเล่นที่อื่นไหมครับป้า ที่ๆไปบ่อยๆ” อดีตแม่บ้านค่อยๆไล่สถานที่ตามที่เธอรู้ให้คุณตำรวจทราบ

“…รู้สึกเหมือนจะมีอีกที่นะคะ”

“ที่ไหนครับ?”

“เป็นบ้านที่เจ้านายซื้อไว้ให้คนมาเช่า”

“แปลว่ามักจะไปเล่นบ้านหลังนั้นบ่อยๆช่วงที่ไม่มีคนเข้าพักใช่ไหมครับ?”

“ก็ไม่นะคะ ที่ไปบ่อยๆเลยน่าจะเป็นเพราะตอนนั้นมีลูกพี่ลูกน้องของนายน้อยเคยมาพักอยู่ช่วงหนึ่ง นายน้อยชอบแวะไปเล่นด้วยเป็นประจำ เห็นบอกว่าไปเล่นที่นั่นแล้วสนุก”

“ลูกพี่ลูกน้องเหรอครับ? ป้าเคยเจอไหมครับ แล้วทราบไหมครับว่า ส่วนใหญ่เจ้านายป้ากับเด็กคนนั้นเขาเล่นอะไรกัน”

“ไม่เคยเลยค่ะ ป้าไม่เคยได้ไปทำความสะอาดที่นั่น รู้แค่ว่าเป็นเด็กกำพร้า แต่ตอนนั้นยังไม่มีญาติรับไปดูแลเพราะเพิ่งเสร็จจากงานศพ แต่ได้ยินคุณนายพูดกันว่าหลังจากเปิดพินัยกรรมแล้ว พี่ชายคนโตของคุณนายเป็นคนรับไปดูแลนะคะ ส่วนเล่นอะไรกัน ป้าก็ไม่รู้ แต่เห็นเวลากลับมาที่บ้านกับเพื่อนคนนี้หลังจากไปบ้านนั้นมา ทั้งสองคนจะดูมีความสุขมากเลยนะคะ” คิ้วหนาของคนที่ฟังอยู่ด้านนอกขมวดจนเป็นปม เพราะเขาเพิ่งนั่งดูคลิปค้นหาห้องต้องสงสัยเมื่อครู่ แต่พอมาได้ยินอะไรแบบนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะก่นด่าคนตาย 

จิตใจคนพวกนี้มันทำด้วยอะไรกัน 

“ป้าพอจะบอกที่อยู่ของบ้านหลังนั้นกับผมได้ไหมครับ”

“ได้ค่ะ” เธอบอกที่อยู่ของบ้านหลังนั้น รวมถึงสิ่งที่สังเกตเห็นให้อีก 

“ขอบคุณป้ามากเลยนะครับ” มาร์คให้ลูกน้องพาป้าไปส่งที่บ้านพักและให้คนคอยจับตาดูไว้ เพราะไม่รู้ฆาตกรจะมาทำร้ายเธอหรือไม่ ส่วนเขากับลูกน้องอีกคนรับข้อมูลที่อยู่บ้านหลังนั้นมา และขับรถออกไปโดยทันที

มาร์คขมวดคิ้วทันทีกับบ้านที่เขาเห็น ทางเข้าก่อนถึงตัวบ้านมีกองขยะสูงเนื้อศีรษะและป่ารกร้าง มีคนนำศาลเก่า ที่นอนเก่าๆมาโยนทิ้งไว้อยู่เต็มไปหมด ข้างบ้านติดคลองน้ำทิ้งที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์เสียเท่าไหร่ ไม่ไกลจากตรงนี้ก็เห็นถึงตัวบ้าน

บ้านไม้หลังเก่าในสภาพชำรุดทรุดโทรม ขนาดชั้นเดียวถูกยกพื้นสูง เสาไม้ที่ด้านล่างมีตะไคร้น้ำเกาะ ข้างล่างมีน้ำขังและเศษขยะ กล่องโฟม ถุงพลาสติก และยุงชุกชุม แม้แต่รั้วบ้านก็ไม่มี แถมยังอยู่ไกลจากบ้านอีกหลายหลัง 

มาร์คพยายามคิดในแง่ดีว่านี่คือสภาพหลังจากเกิดเหตุเกือบสิบปี ก่อนหน้านี้ มันอาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้ 

“เราจะเข้าไปไหมครับสารวัตร หรือจะรอให้เช้าก่อนดี”

“มาถึงแล้วจะกลับไปมือเปล่าเหรอหมวด เข้าไป แต่ระวังกันด้วยนะ” มาร์คหมายถึงระวังสภาพบ้านที่เก่าอาจจะเกิดการทรุดตัวหรือมีตรงไหนที่ผุพังได้ และระวังคน เพราะโดยทั่วไป สภาพแบบนี้มักจะมีคนสติไม่ดี คนไม่มีที่อยู่ รวมถึงพวกที่รวมตัวกันทำเรื่องไม่ดีก็ได้

ประตูไม้ที่หลุดออก เพียงแค่ถูกผลักเบาๆ ฝุ่นก็ฟุ้งกระจายจนทำให้หลายคนจามออกมาอย่างช่วยไม่ได้ มาร์คอาศัยไฟฉายจากมือถือส่องสำรวจไปทั่ว แล้วก็อดส่ายศีรษะไม่ได้ สถานที่แห่งนี้เป็นที่รวมตัวทำเรื่องไม่ดีจริงๆ เขาให้ลูกน้องถ่ายรูปอุปกรณ์เสพยาเอาไว้เป็นหลักฐาน และสำรวจต่อไป พยายามปะติดปะต่อภาพในคลิปกับที่แห่งนี้ ก็พอจะเป็นไปได้อยู่บ้าง เพราะภายในบ้านที่มีเพียงหนึ่งห้องนอน ยังมีฟูกเก่าๆ ผ้าห่มขาดๆ และหมอนสี่เหลี่ยมที่มีนุ่นด้านในเหลืออยู่น้อยนิด คล้ายกับที่เคยเห็น

“สารวัตรครับ” มาร์คหันไปมองทิศทางที่ลูกน้องเรียก ที่ตรงนั้นเป็นตู้ไม้ที่ชำรุด แต่พอจะมองออกว่าคงเป็นตู้เสื้อผ้ามาก่อนภายในตู้มีเศษฝุ่นเกาะอยู่ค่อนข้างหนา และเพราะแบบนี้จึงเห็นร่อยรอยสิ่งหนึ่งชัดเจนคล้ายกับร่อยรอยของ...โซ่ขนาดใหญ่ที่ใช้ล่าม

 

7th

 





ความคิดเห็น